วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2552

UNION คือ ไร

ในความเป็นไปของชีวิต คนหลายคนยอมที่จะอยู่เป็นโสด
เพียงเพื่อจะได้ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงในกรอบของตัวเอง **อย่างที่ไม่มีใครมาทัดทานได้**
เขาเหล่านั้นมักคิดว่า เมื่อความรักเริ่มต้น ชีวิตผจญภัยก็พังทลาย
เมื่อรับใครอีกคนเข้ามาในชีวิต โลกส่วนตัวของพวกเขาก็จะล่มสลาย
ความรักกลืนกินโลกใบเดิมของเราไปจริงหรือเปล่า?
ความใกล้ชิดจะทำให้เราสูญเสียจุดยืนที่แท้จริงอย่างนั้นใช่ไหม?
แต่ฉันไม่คิดอย่างนั้น... คนเราทุกคนมีโลกกลม ๆ คนละใบ กว้างบ้าง เล็กบ้างตามความพอใจ ในโลกกลม ๆ ใบนั้นเราต่างบรรจุวิถีชีวิต ความรัก ความคิด ความเป็นตัวเองไว้อย่างเต็มเปี่ยม
และเมื่อความรักปรากฏตัว โลกกลม ๆ ของคนอีกคนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
แต่ใช่ว่าเราจะต้องกระโดดออกจากโลกของเรา -ไปอยู่ในโลกของเขาเสียเมื่อไหร่-
แล้วไม่มีความจำเป็นใดที่เขาจะต้องกระโดดออกจากโลกของเขา
-มาอยู่ในโลกของเราด้วย- วิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้คนสองคนมีโลกใบเดียวกัน
โดยไม่ละทิ้งโลกส่วนตัวใบเดิมก็คือ "การยูเนี่ยน" (UNION) โลกสองใบเข้าไว้ด้วยกัน
มันเป็นวิธีง่าย ๆ ตามหลักคณิตศาสตร์ที่เราเคยเรียนรู้กัน เมื่อวงกลมสองวงคล้องเกี่ยวกันไว้
ส่วนที่อยู่ในเนื้อที่ของกันและกันนั้น เราเรียกว่า"อินเตอร์เซ็คชั่น" (INTERSECTION)
ซึ่งข้อดีของมันก็คือ ช่วยให้วงกลมสองวงที่ไม่คุ้นเคยกันมาก่อน ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ได้แชร์ชีวิตร่วมกัน และมีโลกใบเดียวกัน
ในขณะที่ส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ได้ถูกอินเตอร์เซคชั่นนั้น ก็ยังมีชีวิตของมันต่อไป
และมันก็ยังเป็นโลกใบเดิมที่บรรจุความเป็นตัวของตัวเองไว้อย่างครบถ้วน
เหมือนความรัก.... โลกที่คนสองคนเกี่ยวคล้องกันไว้นั่นแหละ
คือโลกที่ความรักสร้างขึ้น คือโลกที่คนสองคนจะโอบกอดกันได้ทุกเวลา
และแชร์ทุกอย่างร่วมกัน ตั้งแต่กินข้าวด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน ฟังเพลงด้วยกัน
ห่มผ้าผืนเดียวกัน.. มันเป็นโลกที่แสนอบอุ่นสำหรับคนเหงา แต่ถ้ารู้สึกว่า
ยากกลับไปเยี่ยมเยือนโลกใบเดิมของตัวเองสักหน่อย
ก็แค่กระโดดออกจากส่วนที่อินเตอร์เซคชั่นไว้
ห่างออกมาสักหนึ่งก้าว...วิถีชีวิตอิสระของนักผจญภัยก็จะเดินหน้า
ในขณะที่โลกสองใบก็ไม่ได้แยกจากกันไปไหน เพราะมันเกี่ยวคล้องกันไว้อย่างแน่นหนา
เพราะฉะนั้น ฉันจึงเชื่อว่าความรักกลืนกินโลกของใครไม่ได้หรอก
นอกเสียจากว่าคนสองคนเต็มใจที่จะเคลื่อนวงกลมเข้าใกล้กันเอง
จนซ้อนกันมากขึ้น ๆ และกลายเป็นวงกลมเดียวกันในที่สุด
แล้วมันก็ทำให้ฉันนึกถึงวงกลมของปู่กับย่า, ตากับยาย. แล้วก็พ่อกับแม่ของฉัน
ที่ใช้ชีวิตในวงกลมเดียวกันอย่างที่ไม่เคยรู้สึกว่าความรักจะลดน้อย
ลงไปได้เลย........

เปิดซิง blog แรกของชีวิต

หวะดี!!!!!!!!!!!!!ชาวโลกนิเทศศาสตร์ผู้น่ารัก
เราคือหนึ่งผู่เล่าเรียนในโปรแกรมนี้ เอิ้กๆๆ
ดีใจ๊ ดีใจ!!ที่ได้มาเรียนที่นี้
"ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะ"
อาจานก็น่ารัก เพื่อนก็ใจดี เจอป้าวรรณเข้าไป
โอ้ยๆๆๆๆทุกคนน่ารักจร้า......
***ขอบคุณจร้า.....***

*************ผู้ชายเต่าถุย *************

เราเพิ่งรู้จักคำนี้ก็วันนี้เองค่ะ "ผู้ชายเต่าถุย"ไม่ได้เจอกับตัวแต่อย่างใดแต่อ่านเจอมา
ตอนแรกก็งงๆว่ามันคืออะไรไม่รู้จะมีคนไม่รู้จักแบบเราหรือป่าว หรือเราจะโง่เนี่ยะ - -"
ผู้ชายเต่าถุย หมายถึง ผู้ชายที่เลวเหมือนบัวเต่าถุย ที่มีที่รากเน่า ก้านเน่าเละ
เหม็นน่าขยะแขยง ขนาดเต่ามันยังไม่อยากกินและถุยน้ำลายใส่เลย
ทีนี้มาดูกันดีกว่าว่าผู้ชายเต่าถุยเป็นยังไง เผื่อจะมีคนไม่รู้เหมือนเรา
(จริงๆต้องบอกก่อนว่าอ้างอิงจากเค้ามาไม่ได้แต่งเอง ขออนุญาตนะคะ)
7 สายพันธุ์ผู้ชายเต่าถุย
ประเภทที่1 คือ พวกขี้เมา เอาไม่เลือกเท่าที่ศึกษามาผู้ชายพวกนี้.....(เหมือนศึกษามาเยอะเลย555 ที่ไหนได้อ่านมานิดนึง...อิอิ) ต่อๆ... ผู้ชายพวกนี้นี่จะชอบกินเหล้า เมาหัวราน้ำ แล้วก็มีอะไรกะผู้หญิงไม่เลือกหน้าค่ะ เจอใครก็...ได้หมด ประมาณนั้นค่ะ
ประเภทที่2 คือพวกกระสอบทราย ชายผ้าถุงพวกนี้จะเห็นผู้หญิงเป็นกระสอบทรายค่ะ ทั้งตบ ตี เตะ ฯลฯโหดร้ายจริงๆ บางคนนอกจากจะชอบตบตีแล้วยังจะเป็นพวกเกาะผู้หญิงกินอีกด้วยค่ะ เฮ้อไม่น่ามีคนแบบนี้อยู่ในโลกเลยเนอะ
ประเภทที่3คือ พวกหน้าเน่า เป้าเด้งอ่านชื่อก็อึ้งค่ะ อิอิ อธิบายก่อนว่าผู้ชายแบบนี้เค้าจะมีปมด้อยที่หน้าตาค่ะ ง่ายๆคือ หน้าตาไม่หล่อค่ะ แต่จากชื่อที่บอกว่าหน้าเน่านี่ฟังแล้วน่าจะหมายถึงไม่หล่อแบบดูไม่ได้เลยหรือป่าวก็ไม่รู้- -* อะเดี๋ยวๆยังอธิบายไม่จบ พวกนี้จะหน้าตาไม่หล่อแต่จะพยายามหาอย่างอื่นมาทดแทนเพื่อสร้างจุดเด่นให้ตัวเอง เช่นบางคนอาจจะเสียงหล่อ คารมดี หรือสร้างภาพตัวเองให้ดูดีต่างๆนานา แล้วก็ใช้สิ่งเหล่านี้มาหลอกลวงสาวๆ (หลอกฟันสาว..นั่นเอง)อธิบายยากจัง .. คงประมาณว่าคิดว่าฟันเค้าแล้วเค้าจะติดใจ (มั้งคะ ... แหะๆๆ เราก็งงเหมือนกัน ... )
ประเภทที่ 4 คือ พวกตอแหล แบเบอร์ชื่อก็บอกอยู่แล้วค่ะเป็นประเภทผู้ชายตอแหล เพื่อสร้างภาพให้ดูดี และปกปิดความชั่ว - -" พวกเฟคนั่นเอง ตัวอย่างง่ายๆเลย พวกที่เจอครั้งเดียวมาบอกรักนักรักหนา อย่าไปเชื่อเด็ดขาดเลยค่ะ เพราะมันตอแหล
ประเภทที่ 5คือ พวกปลิงเกาะ หลอกแดกข้อนี้ขอยกคำพูดจากต้นฉบับมาเลยดีกว่าค่ะ อ่านแล้วสะใจดี อิอิพวกนี้มันจะมาทำปากหวาน บอกรัก เทคแคร์ หลอกให้ผู้หญิงตายใจ แล้วก็จะทำตัวน่าสงสาร ชีวิตอับจน พ่อแม่ป่วย หมาตาย บ้านจะถูกยึด ไม่มีตังค์ซื้อข้าว ไม่มีตังค์จ่ายค่าเทอม ไม่มีตังค์ผ่อนรถ โดนคนโกง ธุรกิจล้มเหลว สารพัดสารเพจะตอแหลวิธีสังเกต พวกนี้มันฉลาดล้ำลึก มันไม่เอ่ยยืมเงินตรงๆหรอก แต่มันจะพูดจาให้น่าสงสาร ชีวิตรันทด ทำเสียงเศร้าสุดตีน ให้ผู้หญิงอย่างพวกเราใจอ่อน สาวๆจำไว้ ผู้ชายที่ดี จะไม่มีวันพูดเรื่องนี้ให้ฟังเด็ดขาด เพราะผู้ชายที่ดีต้องมีศักดิ์ศรีและเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าอายค่ะ
ประเภทที่ 6 คือ พวกหวังหลี ขี้เก๊กอ่านหัวข้อละไม่ต้องแปลความหมายเพิ่มเติมแต่อย่างใด ตรงตัวเลย รู้สึกว่าผู้ชายประเภทนี้มีเยอะเลยเนอะ - -" ไม่รู้จะมีคนชอบป่าว คนขี้เก๊กอะ ที่แน่ๆเราไม่ชอบคนนึงล่ะ ไม่ใช่ไม่ชอบเฉยๆนะ เรารู้สึกหมั่นไส้ด้วยเวลาเห็นคนขี้เก๊กอะ เพราะฉะนั้นคุณผู้ชายไม่ต้องเก๊กมากหรอกนะคะ เพราะจะโดน(เรา)(คนเดียวหรือป่าวก็ไม่รู้)หักคะแนนค่ะ
ประเภทที่ 7 คือ พวกอกหัก รักกุ๊ด(จี่) ผู้ชายประเภทนี้จะเป็นคนที่เคยจริงจังกับความรักค่ะ แต่พอผิดหวัง ถูกผู้หญิงทิ้งก็ทำใจไม่ได้ ก็จะพลานโกรธผู้หญิงทุกคนและต้องการแก้แค้น จะหลอกให้ผู้หญิงมารัก ให้ตายใจ แล้วก็ทิ้ง เพื่อให้ผู้หญิงเสียใจแล้วตัวเองก็จะสะใจค่ะทั้งหมดนี้คงเกิดจากเค้าหมดความเชื่อมั่นและความศรัทราใน ความรัก ค่ะ
อ่ะ ก็ครบ 7 สายพันธุ์ ของผู้ชายเต่าถุยละ มีใครอยู่ในสายพันธุ์ไหนบ้างหรือป่าวหว่า แหะๆ
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*--*-*-*---*